คำถามที่พบบ่อย
คำถามที่ไม่พบใน คำถามที่พบบ่อย
สามารถฝากคำถามต่างๆ ที่เกิดขึ้น
ผ่านทางช่องทางฝากคำถามได้
โดยคำถามทั้งหมดจะถูกให้คำตอบ
ภายใน 48 ชั่วโมง โดยคำถาม
ที่เกิดขึ้นใหม่จะถูกบรรจุอยู่ใน
คำถามที่พบบ่อย ต่อไป
คลิกที่นี่เพื่อฝากคำถามใหม่
คำถามที่พบบ่อยในขณะนี้
คำถาม
: เหล็ก Cut-Beam เอาไว้ใช้ทำอะไร
ตอบ
: เหล็ก Cut-Beam จะเกิดจากการนำเหล็ก H-Beam มาตัดกลางที่เอว (Web) ซึ่งจะทำให้ได้เหล็ก Cut-Beam 2 ตัวที่เท่ากัน ซึ่งนิยมนำไปใช้ในงานโครงหลังคาประเภทโครงถัก (Truss) เพื่อเป็นการลดงานของ ผู้ออกแบบ และผู้รับเหมาก่อสร้าง ที่จากเดิมจะใช้เป็นเหล็กฉาก 2 ตัวมาเชื่อม หรือ ขันน็อตร่วมกับ Gusset plate เพื่อยึดติดกัน
คำถาม
: มีวิธีในการป้องกันไม่ให้อาคารโครงสร้างเหล็กเกิดสนิมได้อย่างไรค่ะ?
ตอบ
: สนิมจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อเหล็ก ได้สัมผัสกับอากาศและความชื้นพร้อมๆกัน วิธีที่จะป้องกันไม่ให้เหล็กเกิดสนิมก็คือทำการเคลือบผิวเหล็กด้วยการทาสีกันสนิม ซึ่งจะทำให้เนื้อเหล็กไม่สัมผัสกับอากาศและความชื้นนั่นเอง ซึ่งก่อนที่จะทาสีกันสนิม แนะนำให้ใช้แปรงขัดสนิมเดิม หรือทำการพ่นทราย ก่อนจึงค่อยทาสีกันสนิม หลังจากนั้นจึงค่อยทาสีทับหน้าที่ต้องการ
คำถาม
: เหล็กที่ผลิตมีความยาวอื่นนอกจาก 6 m หรือไม่?
ตอบ
: ความยาวมาตรฐานที่ทาง SYS ผลิตจะอยู่ที่ 6,9 และ 12 m แต่ถ้าต้องการความยาวอื่นนอกเหนือจากนี้ เพื่อแก้ปัญหาการต่อเหล็ก หรือเหลือเศษ ทางเรามีบริการตัดตามความยาว(Cut length) ได้ แต่ต้องติดต่อผู้แทนจำหน่ายในการสั่งผลิตล่วงหน้า
คำถาม
: Grade SS400 กับ SM400 แตกต่างกันอย่างไร?
ตอบ
: ทั้ง 2 ชั้นคุณภาพมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน คือ Grade SS400 จะเหมาะกับประเภทงานขันน็อต(Bolt & Nut) ส่วน Grade SM400 จะเหมาะกับประเภทงานเชื่อม (Welding) ส่วนคุณสมบัติในการรับแรงจะเท่ากัน
คำถาม
: เหล็ก Grade A36 ตามมาตรฐาน ASTM เทียบเท่ากับเหล็ก Grade อะไรของ มอก.?
ตอบ
: Grade A36 จะเทียบเท่ากับ Grade SS400 หรือ SM400 ตามมาตรฐานของ มอก. ประเทศไทย
คำถาม
: ทำไมถึงไม่มีเหล็กหน้าตัด Wide Flange ใน มอก.?
ตอบ
: Wide Flange หรือ W-Shape เป็นหน้าตัดเหล็กตามมาตรฐาน ASTM ของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งตามมาตรฐานในประเทศไทยจะเรียกเหล็กหน้าตัดนี้ว่า H-Beam ตาม มอก. 1227-2539
คำถาม
: H-Beam กับ I-Beam แตกต่างกันอย่างไร?
ตอบ
: 1. เหล็กทั้ง 2 หน้าตัดนั้นมีข้อแตกต่างกันอยู่ 2 ด้านคือ 1. ด้านการนำไปใช้งาน - H-Beam จะนำไปใช้ในงานก่อสร้างอาคารเป็นชิ้นส่วนของ เสา, คาน, โครงหลังคา ฯลฯ ส่วน I-Beam จะนิยมนำไปทำเป็นรางเครน (Crane Girder) ที่ไว้ใช้ยกของที่มีน้ำหนักมาก 2. ด้านลักษณะรูปร่าง - จุดแตกต่างของเหล็กทั้ง 2 หน้าตัด คือ ปีก(Flange) ทั้งบนและล่าง ของเหล็ก H-Beam จะเป็นแผ่นเรียบหนาเท่ากันตลอด ส่วนของเหล็ก I-Beam ทั้งปีกบนและล่างจะเป็นแผ่นเอียง หรือ Taper Flange ซึ่งในขนาดหน้าตัดเหล็กที่เท่ากัน I-Beam จะมีน้ำหนักต่อเมตรสูงกว่า H-Beam เนื่องจากเหล็ก I-Beam จะมีความหนาของเหล็กมากกว่า เพื่อรองรับแรกกระแทก และการเคลื่อนที่จากรางเครน 2. Shape – H-beams have upper and lower flanges in which the planes are nearly parallel whereas I-beams have taper flanges. With the same cross section size, I-beams have higher weight per meter than H-beams as I-beams feature a greater thickness to absorb impact and accommodate the movement on crane girders.
คำถาม
: เหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน มีกระบวนการผลิตอย่างไร?
ตอบ
: เหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน (Hot-Rolled Structural Steel) ที่ทาง SYS ผลิตจะเกิดจากการนำเศษเหล็ก(Scrap) เช่นเศษซากอาคารเก่ามาทำการหลอมด้วยไฟฟ้าให้เป็นน้ำเหล็ก และทำการปรุงแต่งส่วนผสมทางเคมี แล้วทำการหล่อออกมาเป็นเหล็กแท่งที่เรียกว่า Bloom หรือ Beam Blank จากนั้นนำ Bloom หรือ Beam Blank มาทำการรีดขณะที่เหล็กร้อน เพื่อให้ได้ขนาดและหน้าตัดที่ต้องการ ซึ่งจะเห็นได้ว่าเหล็กเป็นวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างที่สามารถนำมาหมุนเวียน ผลิตใหม่ได้เกือบ 100% ซึ่งนับได้ว่าเป็น Green Product ชนิดหนึ่ง
^Back to Top
หน้าหลัก
|
เกี่ยวกับ SYS
|
สินค้าและบริการ
|
ผู้แทนจำหน่าย
|
ผลงานที่ผ่านมา
|
ติดต่อ SYS
|
ข่าว
|
งาน
|
คำถามที่พบบ่อย
|
แผนผังเว็ปไซต์
Copyright 2008 Siam Yamato Steel Co., Ltd. All Rights Reserved.